โรคที่เกี่ยวกับหัวใจที่ใครๆก็ควรทราบ
จาก คอลัมน์ “สุขภาพกับการกีฬา”
โดย น.พ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ (โทร. 310-3000)
ผมขอทบทวนอีกครั้งนะครับว่า มนุษย์เราต้องดำรงชีวิตอยู่ แนวทางที่ยึดถือคติที่ว่า
“จะทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งขอให้คำนึงถึงสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดไว้เสมอ
(Health Conscious)” และถ้าต้องการให้มีสุขภาพที่ดี
ท่านควรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ 6 ข้อดังนี้
1. การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี
2. การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
3. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
4. หลีกเลี่ยง การบริโภคสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
5. รู้จักการบริหารจัดการ กับความเครียด และการพักผ่อนที่เพียงพอ
6. การตรวจเช็คร่างกายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อเท็จจริงในการเกิดโรคหัวใจ ที่ท่านควรทราบ
การศึกษาวิจัยที่เผยแพร่ออกมาตลอดเวลา ทำให้เรามีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ในเรื่องของหลอดเลือดที่เกิดมีการตีบตันและขาดความยืดหยุ่นนั้น โดยให้ข้อสรุปไว้ดังนี้
1.การที่หลอดเลือดมีไขมันมาพอกที่ผนังภายในหลอดเลือด จนกระทั่งเกิดการตีบ และขาดความยืดหยุ่นนั้น
ในปัจจุบันสามารถพบได้ตั้งแต่คนอายุยังน้อย เช่นในวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
2.คนส่วนใหญ่ที่มีหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มักจะไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย และตามสถิติพบว่า มีผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ที่เสียชีวิตทันที ภายหลังที่มีอาการครั้งแรกเท่านั้น
3.หากปล่อยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ผลกระทบจากการที่เลือดมาเลี้ยงไม่พอจนกระทั่งเกิดมีแผลเป็นอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้หัวใจกลับมาทำงานได้ 100 %เหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดน้อยลงไป สถิติเกี่ยวกับโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
กล่าวกันว่าในปัจจุบันโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้นเหตุประมาณ 30% ของการตายทั้งหมด พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และในประเทศกำลังพัฒนาจะมีปัญหาของโรคนี้น้อยกว่า สถิติที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้มีผู้ศึกษาวิจัยไว้ในสหรัฐอเมริกา และนำมาตีพิมพ์ในหนังสือของแพทยสมาคม แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งในประเทศไทยก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันดังนี้คือ
1. พบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ กว่าแต่ก่อนมาก ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมีโอกาสเป็นมากขึ้นและผู้หญิงที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคนี้ พอๆกับผู้ชาย
2. ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคนี้เป็น 2 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ และพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคนี้เมื่ออายุ 35-45ปี มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 5 เท่า
3. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และเป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูง ส่วนผู้ชายที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคนี้ 2 เท่าของผู้ชายที่ไม่เป็นเบาหวาน ส่วนผู้หญิงที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงถึง 5 เท่าของผู้หญิงที่ไม่เป็นเบาหวาน
4. ผู้ทีมีครอบครัวหรือญาติพี่น้องใกล้ชิดเป็นโรคนี้ จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่า
5. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่า
6. ผู้ที่ทำงานไม่ได้ใช้แรงงานมาก มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ทำงานโดยใช้กำลังกาย
7. ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35ปี มีประวัติรับประทานยาคุมกำเนิด และสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า
ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้าง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากได้แก่
1. ผู้ที่สูบบุหรี่ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้สูบบุหรี่เองหรือผู้ที่สูบบุหรี่มือสอง ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่อยู่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานบันเทิงที่มีการสูบบุหรี่กันอย่างมาก
2. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
3. ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงรองลงมา ได้แก่
1. ผู้ที่มีประวัติว่าในครอบครัวเป็นโรคนี้อยู่
2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
3. ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างเช่น โรคเบาหวาน
blog สำหรับเพื่อนในกลุ่มที่มีสาระความรู้ ต้องการเผยแพร่
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551
เขียนโดย
konjanart
ป้ายกำกับ:
สุขภาพ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)