การใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข

blog สำหรับเพื่อนในกลุ่มที่มีสาระความรู้ ต้องการเผยแพร่

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

บทกลอนเตือนสติ

ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง อ่อนแก้ ฤาไหว
รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๔๐)


อันเพื่อนดี มีหนึ่ง ถึงจะน้อย
ดีกว่าร้อย เพื่อนคิด ริษยา
เหมือนเกลือดี มีนิดหน่อย น้อยราคา
ยังดีกว่า น้ำเค็ม เต็มทะเล

ใครชอบ ใครชัง ช่างเถิด
ใครเชิด ใครแช่ง ช่างเขา
ใครเบื่อ ใครบ่น ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ

เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเล่า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เมื่อเจ้ามา มือเปล่า จะเอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

อยู่เรือนพัง ยังดี ไม่มีทุกข์
ดีกว่าคุก หลายเท่า ไม่เศร้าหมอง
จนยังดี มีธรรม ค้ำประคอง
ดีกว่าปอง ทุจริต คิดร่ำรวย

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

การพัฒนา EQ

การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ขั้นพื้นฐาน
(คัดแยกจากหนังสือ “โง่แล้วจะฉลาด ฉลาดแล้วจะอัจฉริยะ”

แปลจาก “It’s not how smart you are.
It’s how you are smart”
เขียนโดย Jeanne Anne Graig,Ph.D.
โดย สรศักดิ์ สุบงกช)

ขั้นพื้นฐาน
๑.รู้จักจุดยืน (คุณค่า) ของตัวเอง
๒.จงกำหนดขอบเขตของพฤติกรรมอันเหมาะสมขึ้น
๓.ต้องกล้าๆหน่อย
๔.จงซื่อสัตย์ต่อตนเอง
๕.ต้องกระทำด้วยความจริงใจ จริงจัง
๖.ใจเย็นลงเสียบ้าง
๗.จงบ่นแต่ในเรื่องสำคัญๆ
๘.เต็มใจที่จะอยู่กับความยุ่งเหยิงและสับสน
๙.รู้จักต่อรองบ้าง
๑๐.อย่าสนใจคำพูดเลื่อนลอยของคนอื่น
๑๑.ยอมรับคำวิจารณ์ ให้คิดเสียว่ามันเป็นของขวัญ
๑๒.หัดมีอารมณ์ขันเสียบ้าง แล้วชีวิตจะสุขสันต์
ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนใหม่
๑๓.เลิกเสียทีกับการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง
๑๔.เมื่อลงมือแล้วต้องทำให้เสร็จ
๑๕.ละ เลิก สิ่งเสพติดทั้งหลายเสีย
๑๖.ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
๑๗.ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกที่สมบูรณ์แบบ
การพัฒนาความสัมพันธ์กับสังคม
๑๘.เป็นตัวของตัวเองให้ได้
๑๙.จงหาเวลาอยู่กับเด็กๆ
๒๐.จงกล้าขอในสิ่งที่ตนเองต้องการ
๒๑.บทเรียนจากมนุษย์เจ้าปัญหา
๒๒.รู้จักยอมรับการปฏิเสธ
๒๓.สื่อสารกันอย่างเข้าใจ
บางครั้งต้องขอให้เพื่อนช่วย
๒๔.มีแบบอย่างที่ดี
๒๕.ต้องการความสำเร็จ ต้องร่วมด้วยช่วยกัน
๒๖.ทำให้ดีต้องมีพี่เลี้ยง
๒๗.คบจิตแพทย์ไว้ ไม่เสียหาย
๒๘.จ้างโค้ช
การพัฒนาตนเอง
๒๙.หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ
๓๐.เพิ่มพูนคุณภาพของสิ่งที่คุณได้อ่าน (และดู)
๓๑.เก็บบันทึกส่วนตัวเอาไว้
๓๒.เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
๓๓.เดินทางท่องเที่ยวเพื่อพบโลกกว้าง
๓๔.ลองทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
๓๕.รู้จักปรับตัว ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์
๓๖.ต้องมีความพยายาม
๓๗.ใช้สมองบ่อยๆยิ่งฉลาด
การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกายและใจ
๓๘.ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี
๓๙.ลาหยุดงานเพื่อไปชาร์จแบตเตอรี่
๔๐.นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่
๔๑.มองโลกในแง่ดี
การพัฒนา EQ ให้กับจิตวิญญาณ
๔๒.มีความเพ้อฝันเอาไว้สักหน่อยก็ดี
๔๓.เคารพในทุกสิ่ง
๔๔.จงรู้จักปล่อยวาง
๔๕.รู้จักให้อภัย
๔๖.เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
๔๗.สร้างความดีไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ยามล่วงลับ
comment หัวข้อในบทความนี้เป็นงานวิจัยของชาวตะวันตก
ซึ่งมีวัฒนธรรม และประเพณีแตกต่างจากเรา ฉะนั้นในบางหัวข้อ
ควรพิจารณาก่อนนำไปใช้

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551

โรคที่เกี่ยวกับหัวใจที่ใครๆก็ควรทราบ
จาก คอลัมน์ “สุขภาพกับการกีฬา”
โดย น.พ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ (โทร. 310-3000)
ผมขอทบทวนอีกครั้งนะครับว่า มนุษย์เราต้องดำรงชีวิตอยู่ แนวทางที่ยึดถือคติที่ว่า
“จะทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งขอให้คำนึงถึงสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดไว้เสมอ
(Health Conscious)” และถ้าต้องการให้มีสุขภาพที่ดี
ท่านควรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ 6 ข้อดังนี้
1. การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี
2. การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
3. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
4. หลีกเลี่ยง การบริโภคสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
5. รู้จักการบริหารจัดการ กับความเครียด และการพักผ่อนที่เพียงพอ
6. การตรวจเช็คร่างกายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อเท็จจริงในการเกิดโรคหัวใจ ที่ท่านควรทราบ
การศึกษาวิจัยที่เผยแพร่ออกมาตลอดเวลา ทำให้เรามีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ในเรื่องของหลอดเลือดที่เกิดมีการตีบตันและขาดความยืดหยุ่นนั้น โดยให้ข้อสรุปไว้ดังนี้
1.การที่หลอดเลือดมีไขมันมาพอกที่ผนังภายในหลอดเลือด จนกระทั่งเกิดการตีบ และขาดความยืดหยุ่นนั้น
ในปัจจุบันสามารถพบได้ตั้งแต่คนอายุยังน้อย เช่นในวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
2.คนส่วนใหญ่ที่มีหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มักจะไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย และตามสถิติพบว่า มีผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ที่เสียชีวิตทันที ภายหลังที่มีอาการครั้งแรกเท่านั้น
3.หากปล่อยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ผลกระทบจากการที่เลือดมาเลี้ยงไม่พอจนกระทั่งเกิดมีแผลเป็นอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้หัวใจกลับมาทำงานได้ 100 %เหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดน้อยลงไป สถิติเกี่ยวกับโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
กล่าวกันว่าในปัจจุบันโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้นเหตุประมาณ 30% ของการตายทั้งหมด พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และในประเทศกำลังพัฒนาจะมีปัญหาของโรคนี้น้อยกว่า
สถิติที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้มีผู้ศึกษาวิจัยไว้ในสหรัฐอเมริกา และนำมาตีพิมพ์ในหนังสือของแพทยสมาคม แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งในประเทศไทยก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันดังนี้คือ
1. พบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ กว่าแต่ก่อนมาก ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมีโอกาสเป็นมากขึ้นและผู้หญิงที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคนี้ พอๆกับผู้ชาย
2. ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคนี้เป็น 2 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ และพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคนี้เมื่ออายุ 35-45ปี มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 5 เท่า
3. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และเป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูง ส่วนผู้ชายที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคนี้ 2 เท่าของผู้ชายที่ไม่เป็นเบาหวาน ส่วนผู้หญิงที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงถึง 5 เท่าของผู้หญิงที่ไม่เป็นเบาหวาน
4. ผู้ทีมีครอบครัวหรือญาติพี่น้องใกล้ชิดเป็นโรคนี้ จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่า
5. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่า
6. ผู้ที่ทำงานไม่ได้ใช้แรงงานมาก มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ทำงานโดยใช้กำลังกาย
7. ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35ปี มีประวัติรับประทานยาคุมกำเนิด และสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า
ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้าง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากได้แก่
1. ผู้ที่สูบบุหรี่ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้สูบบุหรี่เองหรือผู้ที่สูบบุหรี่มือสอง ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่อยู่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานบันเทิงที่มีการสูบบุหรี่กันอย่างมาก
2. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
3. ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงรองลงมา ได้แก่
1. ผู้ที่มีประวัติว่าในครอบครัวเป็นโรคนี้อยู่
2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
3. ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างเช่น โรคเบาหวาน

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

ประสบการณ์ครั้งหนึ่งใน Belgium

ธงไตรรงค์โบกสบัดในงาน Ballของ
Royal Military Academy
Belgium


ถ่ายภาพร่วมกับ (ซ้ายไปขวา) Comdt.DeBusschere,

นนร.ภคภัทร,นนร.ลือชา,Prof.Pastijn และภรรยา,

คุณพรหมเมศ เลขาฯเอก และภรรยา


เดินทางไป Koekelare เมืองซึ่งมีชมรม Thai-Vlamish ในภาพถ่ายร่วมกับ นายกเทศมนตรี Dr.Walther, Mr.Luc
ที่นี่มีการออกหนังสือ Sawasdee และมี websiteเผยแพร่ข่าวสารของชมรมด้วย


กับ อจ.และ นนร.ชาว Tunesia






กับ อจ.และ นนร.France (Santsyr)





ด้านหลังเป็นภาพวาดฝาผนังที่โด่งดัง จนกลายเป็นนวนิยายการ์ตูน ประวัติสถานที่นี้เคยเป็นที่มั่วสุมของ พวกขี้เมาทำให้บริเวณนี้สกปรก ทางเทศบาล จึงปรับปรุงให้เป็นจุดสนใจและสร้างทัศนียภาพนี้ขึ้น




ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รายการบล็อกของฉัน