blog สำหรับเพื่อนในกลุ่มที่มีสาระความรู้ ต้องการเผยแพร่

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551

โรคที่เกี่ยวกับหัวใจที่ใครๆก็ควรทราบ
จาก คอลัมน์ “สุขภาพกับการกีฬา”
โดย น.พ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ (โทร. 310-3000)
ผมขอทบทวนอีกครั้งนะครับว่า มนุษย์เราต้องดำรงชีวิตอยู่ แนวทางที่ยึดถือคติที่ว่า
“จะทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งขอให้คำนึงถึงสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิดไว้เสมอ
(Health Conscious)” และถ้าต้องการให้มีสุขภาพที่ดี
ท่านควรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ 6 ข้อดังนี้
1. การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี
2. การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
3. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
4. หลีกเลี่ยง การบริโภคสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
5. รู้จักการบริหารจัดการ กับความเครียด และการพักผ่อนที่เพียงพอ
6. การตรวจเช็คร่างกายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อเท็จจริงในการเกิดโรคหัวใจ ที่ท่านควรทราบ
การศึกษาวิจัยที่เผยแพร่ออกมาตลอดเวลา ทำให้เรามีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ในเรื่องของหลอดเลือดที่เกิดมีการตีบตันและขาดความยืดหยุ่นนั้น โดยให้ข้อสรุปไว้ดังนี้
1.การที่หลอดเลือดมีไขมันมาพอกที่ผนังภายในหลอดเลือด จนกระทั่งเกิดการตีบ และขาดความยืดหยุ่นนั้น
ในปัจจุบันสามารถพบได้ตั้งแต่คนอายุยังน้อย เช่นในวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
2.คนส่วนใหญ่ที่มีหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มักจะไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย และตามสถิติพบว่า มีผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ที่เสียชีวิตทันที ภายหลังที่มีอาการครั้งแรกเท่านั้น
3.หากปล่อยให้กล้ามเนื้อหัวใจได้ผลกระทบจากการที่เลือดมาเลี้ยงไม่พอจนกระทั่งเกิดมีแผลเป็นอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้หัวใจกลับมาทำงานได้ 100 %เหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดน้อยลงไป สถิติเกี่ยวกับโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
กล่าวกันว่าในปัจจุบันโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้นเหตุประมาณ 30% ของการตายทั้งหมด พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และในประเทศกำลังพัฒนาจะมีปัญหาของโรคนี้น้อยกว่า
สถิติที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้มีผู้ศึกษาวิจัยไว้ในสหรัฐอเมริกา และนำมาตีพิมพ์ในหนังสือของแพทยสมาคม แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งในประเทศไทยก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันดังนี้คือ
1. พบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ กว่าแต่ก่อนมาก ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมีโอกาสเป็นมากขึ้นและผู้หญิงที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคนี้ พอๆกับผู้ชาย
2. ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคนี้เป็น 2 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ และพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคนี้เมื่ออายุ 35-45ปี มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 5 เท่า
3. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และเป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูง ส่วนผู้ชายที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคนี้ 2 เท่าของผู้ชายที่ไม่เป็นเบาหวาน ส่วนผู้หญิงที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงถึง 5 เท่าของผู้หญิงที่ไม่เป็นเบาหวาน
4. ผู้ทีมีครอบครัวหรือญาติพี่น้องใกล้ชิดเป็นโรคนี้ จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่า
5. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่ามาตรฐานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่า
6. ผู้ที่ทำงานไม่ได้ใช้แรงงานมาก มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ทำงานโดยใช้กำลังกาย
7. ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35ปี มีประวัติรับประทานยาคุมกำเนิด และสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า
ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้าง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากได้แก่
1. ผู้ที่สูบบุหรี่ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้สูบบุหรี่เองหรือผู้ที่สูบบุหรี่มือสอง ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่อยู่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานบันเทิงที่มีการสูบบุหรี่กันอย่างมาก
2. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
3. ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงรองลงมา ได้แก่
1. ผู้ที่มีประวัติว่าในครอบครัวเป็นโรคนี้อยู่
2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
3. ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างเช่น โรคเบาหวาน

ไม่มีความคิดเห็น:

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รายการบล็อกของฉัน